แชร์

10 จุดเช็คลิสต์! ก่อนซื้อกล้อง CCTV ยุคใหม่ เลือกแบบไหน? ให้คุ้มค่า

อัพเดทล่าสุด: 13 มี.ค. 2025

กล้อง cctv หรือ กล้องวงจรปิด (Closed-Circuit Television) คือระบบกล้องโทรทัศน์ที่ใช้สำหรับบันทึกภาพและวิดีโอเพื่อวัตถุประสงค์ด้านความปลอดภัย การเฝ้าระวัง หรือการตรวจสอบเหตุการณ์ต่างๆ โดยสัญญาณภาพจะถูกส่งไปยังจอภาพหรือเครื่องบันทึกภาพโดยตรง ไม่ได้ส่งผ่านเครือข่ายสาธารณะเหมือนระบบโทรทัศน์ทั่วไป

ประเภทของกล้อง CCTV มีอะไรบ้าง

1.กล้อง Analog

เป็นระบบกล้องวงจรปิดแบบดั้งเดิมที่ส่งสัญญาณภาพแบบแอนะล็อกผ่านสายโคแอกเชียล ข้อดีคือราคาถูก ติดตั้งง่าย ข้อเสียคือคุณภาพของภาพไม่สูงเท่าระบบดิจิทัล และมีข้อจำกัดด้านระยะทางในการส่งสัญญาณ

2.กล้อง IP (Internet Protocol)

คือระบบกล้องแบบใหม่ที่ตอนนี้นิยมใช้ ทำงานผ่านระบบการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต ทำให้บางทีไม่ต้องพึ่ง nvr หรือ dvr ช่วยลดค่าใช้จ่ายไม่ต้องเปลืองเนื้อที่ และไม่ต้องเชื่อมต่อหน้าจอ สามารถดูผ่าน มือถือได้ทุกที่ทุกเวลา มีความละเอียดในการบันทึกภาพคมชัดกว่า กล้องในรูปแบบ Analog แต่ก็จะมีราคาที่แพงกว่ารุ่นเก่าแลกมากับฟังก์ชั่นที่ดีกว่า คมชัดกว่า

3.กล้องไร้สาย

เป็นกล้องรุ่นใหม่ที่มีแบตเตอรี่ลิเธียมในตัวทำให้สามารถใช้งานได้เลยไม่ต้องต่อสายไฟให้ยุ่งยาก และสามารถใช้แผงโซล่าเซลล์เพื่อชาร์จไฟได้ทำให้ไม่ต้องเสียค่าไฟแม่แต่บาทเดียวและยังกันน้ำกันฝนได้เลยไม่ต้องห่วงการติดตั้งภายนอกได้อย่างสบายเหมาะสำหรับบ้านพักตากอากาศ หรือ ไม่ค่อยได้เข้าไปใช้แค่กล้องวงจรปิดดูความเคลื่อนไหวได้ง่ายเหมือนกัน

การเลือกซื้อกล้อง cctv ควรคำนึงถึงอะไรบ้าง

1 ความคมชัดของกล้อง

เรื่องสำคัญที่ต้องคำนึงถึงอย่างแรกถ้ากล้องนั้นไม่ชัดก็จะเอาไปใช้เป็นหลักฐานแจ้งความดูหน้าคนร้ายไม่ชัด หรือสิ่งของแปลกปลอมที่เข้ามาในบ้านก็จะได้เตือนอันตรายได้อย่างง่ายดายโดยความคมชัดของกล้องที่เราอยากจะแนะนำก็คือ ความคมชัด 1080p ขึ้นไปแต่จะให้ดีควรเลือกความคมชัด 2k ขึ้นไปเพื่อที่จะดูใบหน้าหรือทะเบียนรถของคนร้ายได้และสามารถนำไปแจ้งความได้ด้วย

2 ความทนทาน การกันน้ำกันฝุ่น

อันนี้จะเป็นมาตรฐานที่ต้องดูถ้าคุณติดกล้องวงจรปิดไว้ภายนอก เพราะสภาพอากาศมีทั้งฝนตก ฝุ่น และแดงที่แรงมากบางรุ่นก็ไม่สามารถทนได้ โดยเราจะแนะนำให้เลือก IP66 ป้องกันน้ำจากการฉีดแรงดันสูงจากทุกทิศทาง เหมาะสำหรับสภาพแวดล้อมที่มีฝนตกหนักหรือมีการฉีดน้ำแรงดันสูง และควรดูด้วยว่าทนต่ออากาศร้อนบ้านเราได้เท่าไหร่อย่างของ imilab สามารถทนทานต่ออุณหภูมิได้ตั้งแต่ -30°C ถึงระดับ 60°C

3.เทคโนโลยี ai

ในสมัยนี้ที่ ai เข้ามาช่วยทุกอย่าง ในกล้องวงจรปิดก็เช่นกัน มีเทคโนโลยีนี้เข้ามาแล้ว และมีหลายระบบอีกด้วย อย่างของทาง imilab เรา มีระบบ AI Human & Vehicle Detection ระบบตรวจจับมนุษย์ และยานพาหนะ Human Tacking ระบบติดตามมนุษย์ ทำงานร่วมกับระบบเฝ้าระวัง Area Detection เสริมการทำงานของระบบป้องกันผู้บุกรุก ตรวจจับในโซนที่กำหนดไว้ และจะแจ้งเตือนไปยังโทรศัพท์ทันที และกล้องในบ้านมีระบบตรวจจับเสียงผิดปกติ แก้วแตก, กระจกแตก และเสียงเด็กร้อง

4.การเก็บข้อมูล

เรื่องสำคัญที่สุดถือว่าเป็นหัวใจหลักรองมาจากตัวกล้องเลยนะครับถ้าเรามีการเก็บข้อมูลที่ไม่ดีก็จะทำให้หลักฐานที่เก็บไว้หาย หรือวิดีโอที่ไม่สมบูรณ์ทำให้เอาหลักฐานไปแจ้งความหรือดูหน้าคนร้ายไม่ได้ โดยทั่วไปกล้องวงจรปิดแต่ก่อนจะใช้ ระบบ NVR หรือ DVR ที่ต้องซื้อจอมาต่อเพื่อดูภาพและยังต้องเสียเงินค่าฮาร์ดดิสก์อีกแพงมาก แต่ในตอนนี้กล้องวงจรปิดระบบ wi fi ไม่ต้องทำอย่างนั้นแค่ซื้อ micro sd card มาใส่ได้เลยไม่ต้องตั้งค่าหรือตั้งค่าอะไรมากมาย ทำให้ประหยัดค่าใช้จ่ายต่างลงไปได้อีกทำให้อัพกล้องวงจรปิดขึ้นไปได้อีก

5.ดูกล้องวงจรปิด

การดูกล้องก็เป็นเรื่องที่สำคัญเช่นกันถ้าเป็นกล้อง Analog ก็ต้องดูผ่านคอมพิวเตอร์ หรือดูผ่านหน้าทำให้การดูเป็นเรื่องลำบาก แต่ถ้าในสมัยใหม่กล้อง wifi ก็ไม่ต้องดูผ่านจอแล้วสามารถดูได้ผ่านมือถือทุกที่ทั่วโลกเพียงแค่คุณมีอินเทอร์เน็ตก็สามารถเปิดดูได้เลยแม้คุณจะไปเมืองนอกก็ไม่ต้องกังวลสามารถดูได้เหมือนกัน

6.ภาพตอนกลางคืน

อันนี้ถ้าใครเพิ่งจะเลือกซื้อกล้องวงจรปิดก็ควรดูตรงนี้เอาไว้นะครับเพราะเป็นเรื่องสำคัญเลยเพราะส่วนใหญ่โจรจะมาในเวลากลางคืน และถ้ากล้องนั้นไม่สามารถบันทึกได้หรือ เห็นหน้าไม่ชัดเจนเราก็จะเสียโอกาสที่หลักฐานไม่มีความคมชัดเพียงพอ เราเลยอยากจะแนะนำเทคโนโลยี 2แบบที่ควรมีในกล้องวงจรปิดภายนอกที่ต้องเจอแสงหรือเงาตลอดเวลา

WDR (Wide Dynamic Range) เป็นเทคโนโลยีสำคัญที่ช่วยให้กล้องวงจรปิดสามารถจับภาพได้อย่างชัดเจนในสภาพแสงที่แตกต่างกันมาก เช่น ย้อนแสง เงามืด หรือบริเวณที่มีแสงและเงาเกิดขึ้นพร้อมกัน ช่วยให้รายละเอียดในภาพครบถ้วนทั้งส่วนที่มืดและสว่าง
HDR (High Dynamic Range) ในกล้องวงจรปิดเป็นเทคโนโลยีที่ช่วยปรับปรุงคุณภาพของภาพ โดยเฉพาะในสภาพแสงที่มีความแตกต่างกันมากระหว่างส่วนที่สว่างและส่วนที่มืดของภาพ ซึ่งมักจะเกิดขึ้นในสภาพย้อนแสงหรือสภาพที่มีแสงและเงาเกิดขึ้นพร้อมกัน

7. Cloud Storage

ถ้าไม่พูดเรื่องนี้ก็คงไม่ได้นะครับเพราะเรื่องนี้ถือเป็นเรื่องหลักสำหรับกล้องวงจรปิด wifi โดยในแต่ละยี่ห้อก็มีระบบของตัวเองแต่ก็ไม่ได้ฟรีนะครับแต่ถ้าซื้อไว้อุ่นใจมากกว่าเพราะถ้าระบบเก็บข้อมูลนั้นเสียหายหรือโดนขโมย Cloud Storage นี้แหละครับก็จะเป็นพระเอกที่จะช่วยเอาหลักฐานไปแจ้งความได้เลย

8. ONVIF

น่าจะยังไม่ค่อยมีใครรู้จักกับระบบนี้ มาตรฐาน ONVIF (Open Network Video Interface Forum) เป็นมาตรฐานสากลที่พัฒนาขึ้นเพื่อทำให้ผลิตภัณฑ์วิดีโอเครือข่าย (Network Video) จากผู้ผลิตที่แตกต่างกันสามารถทำงานร่วมกันได้อย่างราบรื่น ทำให้กล้อง IP (Internet Protocol Camera) และอุปกรณ์บันทึกภาพ (NVR - Network Video Recorder) จากแบรนด์ต่าง ๆ สามารถทำงานร่วมกันได้ ดังนั้นถ้าใครจะเลือกซื้อต้องดูว่ากล้องรองรับ ONVIF หรือไม่

9.ระบบการสนทนา



เนี่ยก็เป็นอีกเรื่องใหม่ๆ ที่กล้องวงจรปิดรุ่นใหม่ๆ ควรจะมีเพราะสามารถสื่อสารเช่นการเตือนอันตรายเวลามีคนแปลกหน้าหรือสัตว์ที่เป็นอันตรายจะได้แจ้งคนในบ้านได้ทันถ่วงทีทำให้ลดการเกิดอันตรายได้หรือจะเป็นการสื่อสารกับผู้สูงอายุก็สามารถทำได้เลยไม่ต้องผ่านมือถือ

10.กล้อง 2 เลนส์

ที่ถือได้ว่าเป็นมาตรฐานล่าสุดในกล้อง wifi ที่ทุกกล้องควรมี เพราะจะได้จับภาพ 2 มุมมองในเวลาเดียวกันได้ จะช่วยประหยัด ทำให้ไม่ต้องซื้อ กล้องจำนวนมาก เราจะได้ทุ่มไปกับกล้องตัวเดียวจะได้กล้องที่มีความละเอียดคมชัดมากกว่าซื้อหลายๆ ตัวยิ่งเป็นข้อดีอีกหนึ่งข้อ

วันนี้เราจะมาแนะกล้อง cctv ที่น่าสนใจของทางเรา

1.IMILAB EC6 Panorama

ตัวแรกที่เราอยากจะแนะนำเป็นตัวแรกถือได้ว่าเป็นตัวล่าสุดของทางร้านเราเลยนะครับ ที่มาพร้อมกับเลนส์ panorama สามารถมองได้กว้างมากถึง 180° ครอบคลุมพื้นที่รักษาความปลอดภัยได้มากกว่า ครั้งแรกกับกล้องวงจรปิด ความคมชัด 3.5K และความละเอียด 6MP ซูมภาพได้ชัด ด้วยขนาดของไฟล์ภาพที่ใหญ่ถึง 4608 x 1296p เป็นกล้องที่มีระบบ AI Human & Vehicle Detection ระบบตรวจจับมนุษย์ และยานพาหนะ Human Tacking ระบบติดตามมนุษย์ ทำงานร่วมกับระบบเฝ้าระวัง ไม่พลาดทุกการเคลื่อนไหว กล้องวงจรปิดสามารถหมุนได้รอบทิศทาง หมุนซ้าย-ขวา ได้มากสุดถึง 344° และหมุนขึ้น-ลง 90° ระบบ Smart Siren & Spotlight ที่จะคอยไล่โจร และผู้บุกรุกให้ออกจากพื้นที่

มีระบบ Two-way Audio ระบบการโต้ตอบผ่านเสียง ที่สะดวก และรวดเร็ว สามารถสนทนาได้แบบเรียลไทม์ และเสียงจากกล้องวงจรปิดที่คมชัด อุ่นใจทุกค่ำคืน ด้วยฟังก์ชันภาพสีในยานค่ำคืน Color Night Vision สามารถแสดงภาพสีได้ในกรณีที่มีแสงไฟ และไม่มืดสนิท หากในพื้นที่มืดสนิท ไม่มีแสงไฟ กล้องจะปรับเป็นภาพขาวดำ ควบคุม และตั้งค่าการรักษาความปลอดภัยง่ายๆ ผ่านแอปฯ Mi Home ตั้งค่าพื้นที่รักษาความปลอดภัย และแจ้งเตือนเมื่อมีผู้บุกรุก สามารถแชร์การดูภาพผ่านแอปฯ ทั้งแบบควบคุมกล้องได้ และดูอย่างเดียว สามารถติดตั้งได้หลากหลายพื้นที่ สามารถติดตั้งได้ทั้งผนัง, เพดาน และเสาบ้าน รองรับการเชื่อมต่อข้อมูลผ่าน Wi-Fi6 (2.4GHz) และผ่านสาย LAN ทนทานต่อสภาพอากาศของเมืองไทย พร้อมมาตรฐานการกันน้ำ IP66 สามารถทนทานต่ออุณหภูมิได้ตั้งแต่ -30°C ถึงระดับ 60°C รองรับ MicroSD Card ความจุสูงสุด 256GB (Fat32) และมี Cloud Storage บันทึกเมื่อจับเคลื่อนไหวได้เท่านั้น (ฟรี 3เดือน) รองรับการใช้งานร่วมกับ Amazon Alexa และ Google Assistant พร้อมการรับประกัน 2 ปี ในราคา 3599 บาทเท่านั้น เสียเปลี่ยนตัวใหม่ให้เลยครับ

2.กล้องวงจรปิดภายนอก IMILAB EC6 Dual Pro 3K

ตัวที่2ที่อยากจะแนะนำ เป็นแบบ 2 เลนส์ในตัวเดียว การตรวจสอบแยกกัน มีความคมชัดระดับ 3K+3K เก็บรายละเอียดได้ครบถ้วน มีระบบ Human Tacking ตรวจจับ และติดตามผู้บุกรุก หากเข้ามาในบริเวณเฝ้าระวัง มีระบบ Human & Vehicle Detection แยกการเคลื่อนไหวของมนุษย์ รถยนต์ และรถจักรยานยนต์ได้ มีระบบ Area Detection เสริมการทำงานของระบบป้องกันผู้บุกรุก ตรวจจับในโซนที่กำหนดไว้ และจะแจ้งเตือนไปยังโทรศัพท์ทันที ไม่ตรวจพบความเคลื่อนไหวเป็นเวลานานก็จะมีการแจ้งเตือนไปยังโทรศัพท์ทันที มาพร้อม มาตรฐานกันน้ำ กันฝุ่นระดับ IP66 ที่อุณหภูมิ -30~60 ทนทุกสภาพอากาศ เลนส์บนแพลนแบบ Manual ซ้าย-ขวาได้ 120° และขึ้น-ลง 10° เลนส์ล่างแพลน Auto ซ้าย-ขวาได้ 360° และขึ้น-ลง 135°

Two Motion Zone ตรวจจับความเคลื่อนไหวได้ทั้ง 2 เลนส์ มาพร้อม Color Night Vision ทำงานทันทีเมื่อแสงรอบข้างมืดลง หากมีแสงเล็กน้อยจะเป็นภาพสี ถ้ามืดสนิทจะเป็นภาพขาวดำ Two way audio รองรับการสนทนาได้แบบ 2 ทาง รองรับการทำงานกับ Amazon Alexa และ Google Assistant สามารถใส่ Micro-SD Card ได้สูงสุดถึง 256GB (Fat32) และสามารถใช้ Cloud Storage บันทึกเมื่อจับเคลื่อนไหวได้เท่านั้น (ฟรี 3เดือน) ในราคา 3229 เท่านั้น พร้อมประกัน 2 ปี เสียเปลี่ยนตัวใหม่ให้เลย

ตัวที่3 IMILAB C22

มาถึงตัวที่ใช้ในบ้านได้ไม่ต้องติดตั้งให้ยุ่งยากสามารถวางไว้ตรงไหนของบ้านได้เลย มาพร้อมความละเอียดภาพถึง 3K เก็บรายละเอียดภาพได้ครบ แม้จะซูมขยายภาพเหตุการณ์ พร้อมWi-Fi 6 ที่อยู่ในกล้องวงจรปิดภายในบ้าน สามารถรับส่งข้อมูลได้รวดเร็วขึ้นถึง 30% กล้องสามารถหมุนซ้ายขวา 360° และหมุนขึ้นลง 115° ครอบคลุมพื้นที่ได้มากกว่า อัพเกรด AI ตรวจจับการเคลื่อนไหว , ตรวจจับ และติดตามมนุษย์ ทำงานได้รวดเร็ว และแม่นยำมากยิ่งขึ้น มีระบบFull Color Night Vision คมชัด สีตรง แม้จะแสงน้อย หากมืดสนิทจะเปลี่ยนเป็นภาพขาว-ดำ มีระบบตรวจจับเสียงผิดปกติ แก้วแตก, กระจกแตก และเสียงเด็กร้อง เมื่อกล้องตรวจพบจะแจ้งเตือนไปยังโทรศัพท์ทันที

ที่ขาดไม่ได้คือระบบ Two Way Audio มีไมค์ และลำโพงสนทนาผ่านกล้องได้ มีโหมดส่วนตัว ปิดการบันทึกภาพเพื่อเพิ่มความส่วนตัว สามารถเชื่อมต่อแอปพลิเคชัน Mi Home ใช้งานง่าย และเสถียร รองรับหน่วยความจำ Micro-SD Card สูงสุด 256GB และสามารถใช้ Cloud Storage บันทึกเมื่อจับเคลื่อนไหวได้เท่านั้น (ฟรี 3เดือน) สามารถติดตั้งกล้องแบบกลับหัว (ติดตั้งบนเพดาน) ในราคาแค่1339 บาท พร้อมกับการรับประกัน 2ปี เสียเปลี่ยนตัวใหม่ให้เลย

สรุป กล้อง CCTV นั้นเป็นของที่ขาดไม่ได้เลยสำหรับบ้านหรืออาคารที่ต้องการความปลอดภัยหรือต้องการเอาไว้สอดส่องหรือดูพฤติกรรมต่างๆ เราควรติดไว้ก่อนที่ทรัพย์สินจะสูญหาย แล้วจะไม่มีหลักฐานที่จะไปแจ้งความได้


บทความที่เกี่ยวข้อง
icon-messenger
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
เปรียบเทียบสินค้า
0/4
ลบทั้งหมด
เปรียบเทียบ